หน้ากากไร้เดียงสา: แผนลวงสมบูรณ์แบบของ ‘ซีอีโอ’ ก้นครัว

ฉันหลอกสามีมาตลอดหกปีเต็มว่าฉันเป็นเพียงแม่บ้านที่พูดภาษาต่างประเทศไม่ได้แม้แต่คำเดียว และไม่มีความรู้เรื่องธุรกิจการค้าระหว่างประเทศเลยแม้แต่น้อย
สมุดทะเบียนสมรสที่ถูกฉีกขาดครึ่งหนึ่งวางทิ้งอยู่บนโต๊ะกินข้าวไม้สักตัวยาวในบ้านพักย่านบางนา
‘ฐิติมา’ เลขานุการสาววัยยี่สิบหกปี ยืนกอดแฟ้มจัดงานแต่งงานพลางส่งเสียงหัวเราะเบาๆ อยู่ข้างตู้โชว์แก้วคริสตัล ท่าทางของเธอเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและจองหอง ราวกับว่าบ้านหลังนี้ได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเธออย่างสมบูรณ์แล้ว
ในวัยสามสิบเอ็ดปี กับการใช้ชีวิตเงียบๆ อยู่ในบ้านเดี่ยวย่านบางนามาตั้งแต่แต่งงาน คนในครอบครัวมั่นคงพาณิชย์รู้จักฉันในชื่อ ‘ดวงกมล ศรีวิไลรัตน์’ ผู้หญิงที่วันๆ ทำได้แค่งานบ้าน กวาดถูพื้น และดูแลอาหารสามมื้อ
ฉากสุดท้ายของละครฉากโง่เขลา
“เซ็นซะสิกมล จะมัวรออะไรอยู่ หรือต้องให้ผมแปลเอกสารหย่าเป็นภาษาบ้านนอกให้คุณฟัง?”
เสียงทุ้มที่เคยพร่ำบอกรักฉันเมื่อหกปีก่อน บัดนี้เต็มไปด้วยความรำคาญและดูแคลน ‘กฤตย์ มั่นคงพาณิชย์’ ทายาทบริษัทส่งออกรายใหญ่ยืนกอดอกมองฉันด้วยหางตา เขาอยู่ในชุดสูทอาร์มานีราคาแพงระยับ ซึ่งเป็นชุดที่ฉันเป็นคนรีดให้ด้วยมือของตัวเองเมื่อเช้านี้
“พี่กฤตย์ใจเย็นๆ สิคะ พี่กมลอาจจะกำลังเสียดายบัตรเครดิตใบเสริมที่คุณพี่ให้ใช้ซื้อกับข้าวอยู่ก็ได้” ฐิติมาเดินเข้ามากรีดกรายเกาะแขนกฤตย์ “พี่กมลคะ โลกยุคนี้ผู้บริหารระดับร้อยล้านพันล้านอย่างพี่กฤตย์ เขาต้องการภรรยาที่เชิดหน้าชูตาได้ คุยธุรกิจระดับนานาชาติรู้เรื่อง ไม่ใช่ผู้หญิงที่รู้จักแต่วิธีทำต้มยำกุ้งกับพับผ้าปูที่นอนนะคะ”
ฉันปรายตามองผู้หญิงที่กำลังจะมาแทนที่ฉัน ก่อนจะมองหน้าผู้ชายที่ฉันยอมทิ้งชีวิตอิสระมาปรนนิบัติถึงหกปีเต็ม เหตุผลเดียวที่ฉันยอมแต่งงานกับเขาและเก็บซ่อนตัวตนที่แท้จริงเอาไว้ ก็เพื่อทำตามคำขอสุดท้ายของคุณปู่ที่อยากตอบแทนบุญคุณตระกูลมั่นคงพาณิชย์ และฉันแค่อยากรู้ว่า ผู้ชายคนนี้จะรักฉันที่ตัวตน หรือรักที่เปลือกนอก
หกปีที่ผ่านมาคือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนแล้วว่า เขาหูเบา ทะเยอทะยาน และโง่เขลาเกินกว่าจะมองเห็น ‘เพชร’ ที่ซ่อนอยู่ในโคลน
“กมลไม่เสียดายหรอกค่ะ” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งหยาดน้ำตาอย่างที่พวกเขากำลังคาดหวัง มือของฉันหยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมา จรดปลายปากกาลงบนกระดาษและเซ็นชื่อ ‘ดวงกมล ศรีวิไลรัตน์’ ลงไปอย่างงดงามและหนักแน่น
กฤตย์ชะงักไปเล็กน้อยที่เห็นฉันไม่ร้องไห้ฟูมฟาย แต่ความหยิ่งผยองก็ทำให้เขาดึงเอกสารกลับไปอย่างรวดเร็ว “ดี! พรุ่งนี้ทนายของผมจะจัดการเรื่องโอนบ้านหลังนี้ให้คุณเป็นค่าตอบแทนที่ช่วยซักกางเกงในให้ผมมาหกปี ขอให้โชคดีกับชีวิตจืดชืดของคุณนะกมล”
กฤตย์และฐิติมาเดินควงแขนกันออกไปจากบ้าน เสียงรถสปอร์ตหรูสตาร์ทเครื่องและแล่นออกไปจนลับสายตา
ทันทีที่ความเงียบกลับคืนสู่บ้านหลังใหญ่ ฉันค่อยๆ ปลดผ้ากันเปื้อนสีหม่นออกจากเอว โยนมันทิ้งลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี ไหล่ที่เคยห่อลู่ด้วยความเจียมเนื้อเจียมตัวบัดนี้ตั้งตรงและผ่าเผย นัยน์ตาที่เคยดูใสซื่อไร้เดียงสาแปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบขาดและเยือกเย็น
ฉันหยิบสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษที่มีระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดขึ้นมา กดต่อสายตรงข้ามทวีปไปยังกรุงปารีส และเพียงไม่กี่วินาที ปลายสายก็รับคำสั่งด้วยความเคารพ
“Bonjour, Madame Duangkamol.” (สวัสดีครับ มาดามดวงกมล)
“ฟรองซัวส์” ฉันเอ่ยด้วยภาษาฝรั่งเศสสำเนียงปารีเซียงที่ไร้ที่ติ “ระงับวงเงินสินเชื่อและการลงทุนทั้งหมดของมั่นคงพาณิชย์ และเตรียมเอกสารเทคโอเวอร์ให้พร้อม… ฉันจะลงสนามด้วยตัวเอง”
การกลับมาของ ‘ซีอีโอ’ ก้นครัว
สามเดือนต่อมา ณ ห้องบอลรูมสุดหรูของโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางกรุงเทพมหานคร
บริษัท มั่นคงพาณิชย์ กำลังจัดงานเลี้ยงฉลองการเซ็นสัญญาร่วมทุนครั้งประวัติศาสตร์กับ ‘ดี.เค. กรุ๊ป’ (D.K. Group) กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จากยุโรปที่มีมูลค่าการลงทุนมหาศาล กฤตย์กำลังเผชิญกับวิกฤตการเงินอย่างหนักหลังจากที่ขาดเงินทุนหมุนเวียน การร่วมทุนครั้งนี้คือ ‘ฟางเส้นสุดท้าย’ ที่จะช่วยชีวิตบริษัทและหน้าตาทางสังคมของเขา
ฐิติมาในชุดราตรีสีแดงสดเดินควงแขนกฤตย์ต้อนรับแขกเหรื่อด้วยรอยยิ้มกว้างขวาง เธอสวมสร้อยเพชรเส้นใหม่ที่กฤตย์เพิ่งรูดบัตรเครดิตใบสุดท้ายซื้อให้เพื่อเป็นของขวัญแต่งงานล่วงหน้า
“ผู้บริหารของ ดี.เค. กรุ๊ป มาถึงแล้วครับท่านประธาน!” ผู้ช่วยของกฤตย์วิ่งเข้ามากระซิบด้วยความตื่นเต้น
กฤตย์และฐิติมาจัดแจงเสื้อผ้าให้ดูดีที่สุด ก่อนจะเดินไปที่ประตูทางเข้าหลัก กล้องจากกองทัพนักข่าวนับสิบตัวหันไปจับจ้องที่ประตูบานยักษ์ที่กำลังเปิดออก
ผู้ติดตามในชุดสูทสีดำนับสิบคนเดินเรียงแถวเข้ามาตรึงพื้นที่ ก่อนที่ร่างของ ‘ประธานกรรมการบริหาร’ แห่ง ดี.เค. กรุ๊ป จะก้าวเข้ามา
เสียงแฟลชสาดแสงระยิบระยับ แต่สิ่งที่ทำให้บรรยากาศในงานชะงักงันราวกับถูกแช่แข็ง ไม่ใช่ความยิ่งใหญ่ของกลุ่มทุน… แต่เป็น ‘ใบหน้า’ ของซีอีโอหญิงผู้นั้น
ฉันก้าวเข้ามาในงานด้วยชุดสูทเทเลอร์เมดสีขาวบริสุทธิ์จากแบรนด์โอต์กูตูร์ รองเท้าคริสเตียน ลูบูแตงส้นเข็มสีแดงสะท้อนแสงไฟ ผมที่เคยรวบมัดลวกๆ ด้วยหนังยาง บัดนี้ถูกดัดลอนใหญ่สยายเต็มแผ่นหลัง ริมฝีปากที่เคยซีดเซียวถูกแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีแดงสด นัยน์ตาของฉันเฉียบคมและเต็มไปด้วยอำนาจล้นเหลือ
“กะ… กมล?!” กฤตย์เบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า ขากรรไกรของเขาตกลงอย่างควบคุมไม่อยู่
ฐิติมาหน้าซีดเผือด ถอยหลังไปหนึ่งก้าวราวกับเห็นผี “พะ… พี่กมล? ทำไมถึงแต่งตัวแบบนี้ แล้วมาทำอะไรที่นี่! รปภ. ไปลากผู้หญิงบ้าคนนี้ออกไปเดี๋ยวนี้นะ!”
ฉันไม่แม้แต่จะปรายตามองฐิติมา ฉันเดินตรงเข้าไปหากฤตย์ด้วยท่วงท่าของนางพญา ก่อนจะเอ่ยทักทายด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงบริติชที่ชัดถ้อยชัดคำและทรงพลัง
“Good evening, Mr. Mankongpanit. I believe we have a contract to discuss.” (สวัสดีตอนค่ำค่ะ คุณมั่นคงพาณิชย์ ฉันเชื่อว่าเรามีสัญญาต้องมาคุยกันนะคะ)
“ภาษาอังกฤษ… กมล คุณ… คุณพูดภาษาอังกฤษได้ตั้งแต่เมื่อไหร่? แล้วนี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!” กฤตย์ละล่ำละลัก เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มหน้าผาก
ฟรองซัวส์ เลขาหนุ่มชาวฝรั่งเศสของฉันก้าวขึ้นมาด้านหน้า พร้อมเปิดแฟ้มเอกสาร “ขอประทานโทษครับคุณกฤตย์ กรุณาให้เกียรติ มาดามดวงกมล ศรีวิไลรัตน์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ร้อยละแปดสิบแห่ง ดี.เค. กรุ๊ป ด้วยครับ”
คำประกาศนั้นเปรียบเสมือนฟ้าผ่าลงกลางงานเลี้ยง แขกเหรื่อและนักข่าวต่างซุบซิบกันสนั่นหวั่นไหว ‘ศรีวิไลรัตน์’ ไม่ใช่นามสกุลของแม่บ้านธรรมดา แต่คือตระกูลมหาเศรษฐีเก่าแก่ที่มีเครือข่ายธุรกิจอยู่ทั่วยุโรป!
บทสรุปของการดูถูก
“เป็นไปไม่ได้… คุณโกหกผม! คุณเป็นแค่แม่บ้านโง่ๆ ที่วันๆ เอาแต่ทำต้มยำกุ้ง!” กฤตย์ตะโกนออกมาอย่างเสียสติ ความทะนงตัวของเขาพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี
ฉันกรีดยิ้มเย็นเยียบ เดินเข้าไปประชิดตัวอดีตสามี “ต้มยำกุ้งที่ฉันทำด้วยความใส่ใจมาหกปีเต็ม มันคงไม่มีค่าเท่ากับผลประโยชน์ที่คุณอยากได้สินะคะกฤตย์ คุณบอกว่าคุณต้องการผู้หญิงที่คุยธุรกิจระดับนานาชาติรู้เรื่อง… ตอนนี้ฉันก็มายืนอยู่ตรงหน้าคุณแล้วไงคะ ในฐานะ ‘เจ้าหนี้’ รายใหญ่ที่สุดของคุณ”
ฉันรับแฟ้มเอกสารจากฟรองซัวส์ แล้วโยนมันลงบนโต๊ะค็อกเทลตรงหน้ากฤตย์และฐิติมา
“ดี.เค. กรุ๊ป จะไม่เซ็นสัญญาร่วมทุนใดๆ ทั้งสิ้น แต่เราจะดำเนินการ ‘ยึดทรัพย์’ และเทคโอเวอร์มั่นคงพาณิชย์ทั้งหมดเพื่อชดใช้หนี้สินที่คุณแอบไปกู้ยืมจากบริษัทลูกของเราในยุโรปตลอดสามปีที่ผ่านมา… อ้อ ไม่ต้องตกใจไปหรอกค่ะ ฉันเป็นคนเซ็นอนุมัติเงินกู้พวกนั้นให้คุณเอง เพื่อดูว่าคุณจะบริหารมันรอดไหม… และผลก็คือ คุณมันล้มเหลวไม่เป็นท่า”
ฐิติมาเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกับพื้น เธอรู้ดีว่าหากมั่นคงพาณิชย์ล้มละลาย กฤตย์ก็จะไม่เหลืออะไรเลยแม้แต่บาทเดียว ทะเบียนสมรสใบใหม่ที่เธอกำลังจะเซ็นกับเขาจะกลายเป็นเพียงกระดาษชำระที่เต็มไปด้วยหนี้สินพันล้าน
“กมล… ผมขอโทษ! ผมผิดไปแล้ว เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมเถอะนะกมล ผมรักคุณนะ!” กฤตย์คุกเข่าลงตรงหน้าฉัน พยายามจะคว้าชายกระโปรงของฉันไปกอด
ฉันก้าวถอยหลัง ปล่อยให้มือของเขาคว้าได้เพียงอากาศ
“คุณไม่ได้รักฉันหรอกกฤตย์ คุณรักแค่ความสบายและอำนาจเงิน… ตอนนี้ฉันมอบอิสระให้คุณแล้ว ไปใช้ชีวิตให้สนุกกับเลขาที่แสนฉลาดของคุณเถอะค่ะ”
ฉันหันหลังเดินออกจากห้องบอลรูมอย่างสง่างาม ทิ้งอดีตสามีที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายราวกับสุนัขจนตรอก และเมียน้อยที่กำลังกรีดร้องด่าทอกันเองอยู่เบื้องหลัง เสียงแฟลชของช่างภาพกระหน่ำถ่ายภาพแผ่นหลังของฉันเพื่อนำไปขึ้นหน้าหนึ่งในวันพรุ่งนี้
หน้ากากแม่บ้านก้นครัวที่แสนไร้เดียงสาถูกถอดออกอย่างสมบูรณ์แบบ เหลือเพียงตัวตนที่แท้จริงของดวงกมล ศรีวิไลรัตน์… ซีอีโอสาวผู้กุมชะตาธุรกิจระดับโลก ที่จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีได้อีกต่อไป.



